Tsurumoku Dokushin Ryo "ดอกฟ้ากับนายกระจอก"
ผู้แต่งคือ Eisaku Kubonouchi
นี้คือผลงานทั้งหมดของนักเขียนท่านนี้ครับ
Okappiki Eiji, 1986
Tsurumoku Dokushin Ryo, 19881991
Watanabe , 1992
Chocolat , 19992003
Cherry , seit 2006
แหล่งที่มาที่ผมจะหยิบยกมากล่าวถึงในช่วงต้นคือ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=martini&month=11-2005&date=11&group=3&gblog=1
ครับ
การ์ตูนดีที่ไม่อยากให้ถูกลืม: ดอกฟ้ากับนายกระจอก(Tsurumoku Dokushin Ryo) by Kubonouchi Eisaku
เรื่องดอกฟ้ากับนายกระจอกนี่ เป็นเรื่องรักโรแมนติกที่คลาสสิคมากๆอีกเรื่องนึงที่ผมงงว่าทำไมมันไม่ดัง? ทั้งที่เนื้อเรื่องก็ดี รูปก็สวย แถมยังมีปรัชญาทั้งเรื่องความรักและการงานอีก
ตัวละครหลัก
- มิยากาว่า โชตะ
เด็กหนุ่มใสซื่อจากบ้านนอก จำต้องยอมจาก
โตโมมิ 
แฟนสาว ทั้งน้ำตา เพื่อเข้ามาตามหาความฝันที่จะเป็นดีไซเนอร์ระดับโลก ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ชีลโมกุในเมืองกรุง เป็นพระเอกของเรื่องที่ จริงจัง รักเพื่อน แต่ดูเหมือนความมั่นคงของเขาจะเริ่มคลอนแคลนเมื่อได้มาเจอกับ ฮิเมโน่ มิยูกิ สาวสวยฝ่ายธุรการ
- สุกิโมโต้ เคียวสุเกะ
เพลย์บอยหนุ่มประจำโรงงาน ดูเผินๆเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ แต่จริงๆแล้วเป็นคนอ่อนไหวที่ไขว่คว้าหาความสมบูรณ์พร้อมของชีวิต เป็นที่ปรึกษาที่ดีของโชตะ
- ทาบาตาเกะ ชิเงโอะ
ตาลิงจอมลามก พี่ใหญ่ประจำหอพักคนโสดชีลโมกุ งานอดิเรกคือการถ้ำมอง เป็นตัวอย่างของคนยุคเก่าที่เดินตามสูตรทุกอย่าง ทำงานไปเรื่อยๆ หวังแค่เลื่อนตำแหน่งไปตามเสต็ป ปากแข็งแต่ที่จริงใจอ่อน
- ฮิเมโน่ มิยูกิ
สาวสวยประจำโรงงาน ถูกแฟนหนุ่มทิ้งไป เพราะฝ่ายชายต้องการไปค้นหาความฝันของตน จึงทำให้รู้สึกสะท้อนใจกับเรื่องของโชตะเป็นพิเศษ
- ฮาขุโจซาว่า เรอิโกะ
แม่สาวแปดเหลี่ยมผู้น่าสะพรึงกลัว เป็นทายาทกลุ่มธุรกิจพันล้าน หลงรักสุกิโมโต้อย่างจริงใจ แต่ Handsome and the beast เรื่องนี้จะลงเอยแบบไหนล่ะ?
- โนซาว่า อาเคมิ
สาวทอมบอย คู่ปรับตัวฉกาจของทาบาตาเกะ เริ่มเข้ามามีบทบาทในช่วงท้ายของเรื่อง จริงๆแอบชอบทาบาตาเกะ
"โชตะ ผู้ชายน่ะถ้ารักผู้หญิงพร้อมกันหลายคน จะต้องมีคนที่รักมากกว่าอีกคนหนึ่ง ลักษณะแบบนี้ เราจะต้องเลือกดูว่าจะเอาคนไหน... แต่ถ้าเป็นผม แน่นอนผมเลือกคนแรก" สุกิโมโต้
เรื่องย่อ
ก็ตามสูตรของการ์ตูนนั่นล่ะครับ หลังจากผ่านเหตุการณ์อันแสนวุ่นวายตัวละครทั้ง 3 คู่เบื้องต้นก็มาลงเอยกัน (น่าสงสารโตโมมิเหมือนกัน แต่สุดท้ายเมื่อคนอยู่ในยุทธจักรก็คล้ายใบไม้ในสายธาร มิอาจไม่เป็นตัวของตัวเองได้...แหม ว่าไปโน่น)
สุกิโมโต้ ล้มเลิกความคิดเกาะเรอิโกะกิน สุดท้ายทั้งคู่แต่งงานกันแล้วออกมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆด้วยตนเอง
ทาบาตาเกะได้เป็นหัวหน้าแผนกอย่างที่ฝัน แต่อายุเกินต้องย้ายออกจากหอพักคนโสด โดยมีโนซาว่าคอยดูแล ตรงนี้เค้าคุยกันน่ารักดีนะครับ
ทาบาตาเกะนั่งกินข้าวอยู่กับโนซาว่า
"ทำอาหารเช้าให้ฉันที!"
"จะบ้าเหรอ แล้วไอ้ที่กินอยู่นี่ไม่ใช่อาหารเช้ารึไง"
"เอ่อ ฉันไม่ได้พูดถึงอาหาร แต่ฉัน..."
โนซาว่าตีหัวทาบาตาเกะโป้กๆ
"อยากพูดอะไรก็พูดออกมาตรงๆ อย่าอ้อมค้อม"
"ซักกางเกงในให้ด้วย อาบน้ำด้วยกัน เปลี่ยนมาใช้นามสกุลฉันมั้ย"
"หา?"
"ฉันหมายความว่าแต่งงานกันไงเล่า!!"
ภายหลังการแต่งงานของสุกิโมโต้และทาบาตาเกะ โชตะที่นำเสนอไอเดียต่อผู้จัดการโรงงานภายใต้การสนับสนุนของ บองชูโน่ ยามาโมโต้ ดีไซเนอร์ระดับโลก เขากำลังจะได้ไปทำงานที่ฝรั่งเศส (ตรงนี้น่าสนใจมากครับ มิยูกิตัดสินใจปล่อยให้คนรักของเธอออกไปตามหาความฝันอีกครั้ง)
"คุณมิยูกิ ผมรักคุณที่สุดในชีวิต แต่ผมต้องไป
เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตรอผมอยู่..."
แต่แล้วเขาก็กลับมาอย่างกระทันหัน
"ผมคงอยู่ได้ไม่นานก็ต้องรีบกลับไป"
"เหรอ
ทำไมถึงกลับมากระทันหันแบบนี้ล่ะ"
"อ๋อ ลืมของไว้น่ะ"
"ลืมของ?"
"ใช่...ของที่สำคัญที่สุดในชีวิต"
ถึงตรงนี้คนเขียนวาดภาพโชตะจูงมือมิยูกิเดินจากไปโดยมีฉากหลังเป็นเด็กใหม่ที่เข้ามาทำงานที่ชีลโมกุ...ราวกับต้องการจะสื่อถึงวงเวียนชีวิต ที่ไม่มีวันสิ้นสุด....
สิ่งที่ประทับใจ
มีเรื่องประทับใจมากมายในเรื่องนี้ และบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่าไม่มีเรื่องที่ไม่ชอบ ถ้ามีผมคงไม่เอามาเขียนเชียร์ จิงมะ?
1.การเติบโตของตัวละคร เรื่องนี้ผู้เขียนทำได้เนียนมากๆ แถมยังเก็บรายละเอียดได้ดีด้วย ทั้งเรื่องการแต่งกายและทรงผมที่ไม่ได้มีทรงเดียวทั้งเรื่อง แต่เปลี่ยนถึง 4-5 ครั้งและในแทบทุกตัวละครหลัก ไปจนถึงการเติบโตด้านความสัมพันธ์และความคิดอ่านของตัวละคร ทุกคนรักกันได้แล้วก็ทะเลาะกันได้ ทุกคนมีเหตุผลและทางเลือกของตัวเอง เช่นแม่หนูโตโมมิที่เติบโตขึ้น

และกลายมาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวในที่สุด

โดยเฉพาะพ่อคาสซาโนว่าสุกิโมโต้ที่เปลี่ยนลุคตามแฟชั่นตั้งกะแบบนี้

แบบนี้

ไปจนถึงแบบนี้

และนี่คือโมดที่เจอกับเรอิโกะตอนแรกๆ

คนนี้เป็นคนเดียวที่เปลี่ยนไม่มาก แต่ก็ฮาทุกแบบ

ส่วนคนนี้เปลี่ยนยังไงก็ยังสวย

2.ชีวิตคนทำงาน ตอนเรียนอ่านเรื่องนี้ก็ได้มุมมองแบบนึง ตอนนี้ทำงานมาอ่านก็ได้มุมมองอีกแบบนึง คุณจะเลือกตัดสินอนาคตของคุณแบบไหนดีครับ แบบโชตะที่กล้าเสี่ยง กล้าทิ้งทุกอย่างเพื่อวิ่งตามความฝัน แบบสุกิโมโต้ที่ไม่เอาจริงเอาจังกับชีวิต คิดแต่จะหาความสุขให้เต็มที่ แต่ตอนท้ายหมอนี่ดูจะเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น(บางทีอาจเป็นเพราะเรอิโกะ แต่ผมว่าโดยดั้งเดิมเค้าก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เค้าเพิ่งจะค้นพบสิ่งที่ทำให้เค้าต้องทุ่มเทด้วยเท่านั้นเอง) หรือว่าแบบทาบาตาเกะที่แค่ทำงานไต่เต้าไปตามขั้น ใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ผู้เขียนยังนำเสนอมุมมองชีวิตคนทำงานอีกมากมาย เช่น ตัวละครอื่นๆที่เป็นเด็กบ้านนอก ใช้ชีวิตในเมืองหลวงไม่เป็นจึงต้องลากลับบ้านไป หรือเพื่อนนักเรียนอีก 2 คนของโชตะที่คนนึงฝันเป็นนักดนตรีแต่เป็นได้แค่ศิลปินข้างถนนกับอีกคนที่เป็นเซลส์กระจอกๆต้องเที่ยวปั้นหน้ายิ้มแย้มเข้าหาลูกค้า ภาพที่ 2 คนนี้ชกต่อยกันโดยมีโชตะเข้าไปห้ามช่างตัดกับภาพเพื่อนรัก 3 คนในอดีตที่มีแต่ความฝัน
บางทีคนเหล่านี้อาจเป็นตัวแทนของคนปกติ ในขณะที่โชตะเป็นคนโชคดี 1 ใน 10,000 ของสังคมเท่านั้น(แน่นอน โชคอย่างเดียวก็ไม่พอ คนแต่งต้องเข้าข้าง..เอ๊ย ต้องขยันและกล้าที่จะทำด้วย)
"พวกหนุ่มๆสาวๆนี่ดีจังนะ มีความฝันมีความมุ่งหวังในอนาคต"
"ลุงนาโอกิ วันนี้วันศุกร์ไม่ใช่เหรอ ยังทำ OT อีกเหรอครับ ไม่มีนัดกับใครบ้างเหรอ"
"หึหึหึ ลูกสาวฉันจะแต่งงานแล้วน่ะ ทำ OT หาเงินเก็บไว้จัดงาน เจ้าสาวจะได้มีหน้ามีตาหน่อย"
ลุงนาโอกิกล่าวตอบโชตะก่อนจะเดินจากไปโดยมีฉากหลังเป็นทางรถไฟที่ไม่มีที่สิ้นสุดทอดลึกเข้าไปในความมืด
3.ความรักที่หลากหลาย เรื่องนี้ใช้ตัวละครเยอะแต่ไม่ฟุ่มเฟือย กว้างแต่ไม่กระจัดกระจาย ความรักของพวกเขามีทุกรสชาติ ทาบาตาเกะที่อกหักครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะสมหวัง น้องสาวของโชตะที่ตัดสินใจออกจากบ้านเพราะกลัวว่าแฟนหนุ่มของเธอจะเป็นเหมือนโชตะ และอีกหลายต่อหลายคู่ตั้งแต่รุ่นนี้
ไปจนถึงรุ่นนี้เลย...

จบกันดื้อๆตรงนี้เลยละกันครับ พบกันใหม่เรื่องหน้าครับ
_________________________________________________________________________
เรื่องนี้ ผมต้องขอยอมรับว่า เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ผมชอบมากครับ
ในสมัยก่อน ผมชอบ ออเรนจ์ โรด แมนชั่นอิโกกุ ลามู ทัช มิยูกิ ฯลฯ
ผมคิดเสมอว่า เรื่องเหล่านี้ล้วนโด่งดัง และดีที่สุด
แต่เมื่อมีโอกาสได้ ดอกฟ้ากับนายกระจอก มาครอบครอง และอ่าน
ทำให้รู้แจ้งถึงการดำเนินเรื่องที่เหนือกว่า ชีวิตของตัวละครที่ไม่ได้จบแบบที่คาดหวังเสมอไป
เปรียบเหมือนชีวิตคนจริงๆ ที่หมุน กลิ้ง ได้ตลอด บางตอนก็ทำผมหัวเราะ บองตอนก็ถึงกับทำให้น้ำตาไหลได้
มีอยูตอนหนึ่ง ที่นายทาบาตาเกะ ได้พบรักกับ นนจัง ในช่วงที่นนจังเลิกกับแฟน
ทาบาตาเกะ ได้จีบ และพา นนจัง เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน
แต่ทว่าแฟนเก่าของนนจังก็กลับมาคืนดี ทาบาตาเกะ รู้เรื่องนี้ดี ได้หยุดงานเพื่อไปหา นนจัง
ทั้งคู่เดินกันไปจนถึงทางรถไฟ แต่ละคนอยู่คนละฟาก
ทาบาตาเกะ ได้โกหก นนจัง ว่า "ผมต้องไป ลอนดอน เพราะมีงานด่วน
จะกลับมาอย่างเร็วก็อีก 5 ปี 10 ปี ไม่แน่ก็ไม่กลับมาอีกเลย"
"ดังนั้นเราอาจจะไม่ได้พบกันอีก" "นนจัง" "ผมจะไม่ลืมคุณ ไปจนชั่วชีวิตผม ลาก่อน"
รถไฟแล่นผ่านมาและผ่านไป พร้อมกับ ทาบาตาเกะ ที่หายไปด้วยเช่นกัน
ตรงนี้ผมคาดเดาว่า ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึง ชาย ผู้ที่พยามจะให้คนที่ตนรัก มีความสุข
ยอมเสียสละจากไป และคำพูดโดยอ้อม ที่เป็นนัยว่า จะไม่ขัดขวางความสุขของ นนจัง
ต่อมา นนจัง ได้ฝากจดหมายให้กับเพื่อนของ ทาบาตาเกะ
ทาบาตาเกะ เปิดอ่านจดหมายมีข้อความดังนี้ "เราต่างก็เดินบนถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ
แต่คนที่มาซ่อมหลุมบ่อนี้ให้ฉันก็คือคุณ แต่จู่ๆเขาก็กลับมาหาฉัน และขอเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ฉันจึงคิดจะให้โอกาสเขาลองดูสักครั้ง ฉันเป็นผู้หญิงที่แย่มากเลยสินะ
แต่ฉันคงพูดได้แค่ว่า ขอโทษจริงๆ ฉันขอบอกว่า ฉันจริงใจกับคุณเสมอ
และขอบคุณมากๆ ถ้าไม่มีเขา แน่นอน ฉันต้องมีคุณความรู้สึกต่างๆ ฉันต้องการให้คุณรับรู้เช่นกัน"
คำพูดที่เหลือก็หาอ่านเอานะครับ
เนื้อเรื่องมีมากมาย หลายตอน มีสิ่งดีๆ ข้อคิดต่างๆแฝงไว้ตลอดครับ
รวมทั้งมุขตลกก็เจ๋งมากๆเช่นกัน
คือเรื่องนี้ตัวละครแต่ละตัวมีบทบาท ความสัมพันธ์ และการดำเนินชีวิตที่มีความเป็นจริง
ความเป็นไปได้ ความไม่แน่นอน ต้องยอมรับว่า แต่งเรื่องได้เก่งมากๆ
ผมพูดได้เพียงแค่ว่า ดีมากๆครับ
ตอนนี้สามารถหาอ่านได้ที่ สำนักพิมพ์ นิว โปรเจก คอมมิคส์ นำมาพิมพ์ใหม่
ในชื่อ หอพักอลเวง ครับ
Pollock